Wikipedia

ผลการค้นหา

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

  Mazda RX-8 มีขนาดเล็กกระทัดรัดและน้ำหนักเบากว่าเครื่องยนต์แบบปกติ การออกแบบผนังห้องเครื่องเพื่อให้เกิดความสมดุลในการกระจายน้ำหนักทำได้ง่าย งานวิศวกรรมเครื่องยนต์สูบหมุนแบบโรเตอร์ที่คิดค้นขึ้นโดยช่างชาวเยอรมัน ถูกสานต่อบนสายพันธุ์รถสปอร์ตของ Mazda มานานกว่า 30 ปีแล้ว ลูกสูบแบบสามเหลี่ยมในเครื่องโรตารี่ของ Mazda สามารถสร้างแรงม้าได้มากกว่าเมื่อเทียบกับปริมาตรความจุที่เท่ากันของเครื่องยนต์แบบสูบชัก ปริมาณของชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเครื่องโรตารี่น้อยกว่าเกือบเท่าตัว ส่งผลให้เครื่องยนต์ชนิดนี้มีน้ำหนักเบาและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำมาก การส่งกำลังจากลูกสูบไปยังเพลาเยื้องศูนย์จะอยู่บนแกนเดียวกัน ต่อเนื่องไปถึงเพลาส่งกำลังและเพลากลาง เครื่องยนต์โรตารี่จึงมีการสูญเสียกำลังระหว่างจุดเชื่อมถ่ายน้อยกว่า เครื่องยนต์สูบชักแบบเห็นๆ

Mazda Rx8


 Mazda 787B อนุพันธ์ุจักรกลสมรรถนะสูง รถแข่งในประเภทกรุ๊ป C สร้างขึ้นโดยทีมแข่งของ Mazda สำหรับใช้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ในรายการสปอร์ตเวิลด์แชมเปียนชิพ ของประเทศญี่ปุ่น และถูกส่งลงทำการแข่งขันในรายการแข่งรถแบบ 24 ชั่วโมง Le Mans ประจำฤดูกาล 1990-1991 รถแข่ง 787B มีน้ำหนักเพียง 850 กิโลกรัม วางเครื่องยนต์โรตารี่ที่ให้กำลังถึง 700 แรงม้า มันสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 1 c และคว้าชัยชนะอันน่าจดจำที่มีเหนือรถแข่งจากทีมแข่งของยุโรปร่วมลงทำการแข่งขันเป็นจำนวนมาก นับเป็นรถแข่งจากทวีปเอเชียและสร้างโดยคนเอเชียคันแรกที่ได้รับตำแหน่งชนะเลิศในรายการแข่งแบบมาราธอน 24 ชั่วโมง โรเตอร์สูบหมุนของเครื่องยนต์สามารถทำให้รอบความเร็วเพิ่มขึ้นถึงจุดเรดไลน์ อย่างรวดเร็ว วิศวกรของ Mazda ระบุว่า รถสามารถอัพกำลังของเครื่องได้มากกว่า 930 แรงม้ากับเรดไลน์ที่ 10,500 รอบ/นาที ในระหว่างการตรวจสอบเครื่องยนต์หลังจบการแข่งขัน พวกเขายังค้นพบว่าทุกด้านของเครื่องยนต์ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมและสามารถเข้าการแข่งขันต่อไปได้อีก นอกจากนี้ ยังได้รับผลประโยชน์จากหัวเทียนชนิดพิเศษบนโรเตอร์ ทำให้รถประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และการปรับปรุงการเผาไหม้ที่ถูกติดตั้งอยู่ด้านหน้าและอากาศพลศาสตร์ของรถก็ออกแบบได้ดีทั้งด้านข้าง และด้านบน ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถตัวนี้สามารถสร้างชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ ค่าย Zoom Zoom

Mazda 787B


 ประวัติ FD

Efini RX-7 ชื่อเต็ม หรือ FD3S ซึ่งคือชื่อรหัสของมันแต่ภายใต้ชื่อเดียวกันนี้ทั้งหมดนั้น Mazda ได้แตกรายละเอียดย่อยลงไปเยอะมาก
FD ต่างจากรุ่นพี่ตรงที่มีรุ่นย่อยเยอะมากมายจนจำกันแทบไม่ได้ และมีเวลาการผลิตยาวมากเหมือน คือ 9 ปี
1993-2002 ซึ่งตลอด 9 ปีนี้ Mazda เองได้ปรับแต่งเจ้า FD ไปหลายแบบมาก ตั้งแต่ FD3S Type R ตัวมาตรฐาน
ต่อมาจะมี Type RS ซึ่ง ขยายไปใช้แม็ก 17” และลดน้ำหนักลง เหลือ 1280 กก. ตามมาด้วย Type RZ ที่โดยรวมจะเหมือนกันแต่ลดน้ำหนักลงไปอีก 10 กก. ตามมาด้วย Spirit R ที่ จะถูกตกแต่งเป็น 3 รุ่นย่อยตาม Feature ที่ Mazda
เคยแต่งพิเศษไปก่อนหน้านี้ โดยมี 3 Type ( มันจะเยอะไปไหนเนี่ย จำยากจิง )
Type A มาพร้อมกับ เกียร์ 5 สปีดที่สมรรถนะ สูงสุดใน 3 รุ่น
Type B มาพร้อมกับ ที่นั่ง 2+2 (โอ้ชอบมาก หายากด้วยนะเนี่ย ใครมีครอบครัวผมขอคันนี้เลยนะครับ ) มาพร้อมกับ เกียร์ 5 สปีด
Type C ที่นั่ง 2+2 เหมือนกันแต่มาพร้อมกับ เกียร์ ออโต้ 4 สปีด
แล้วก็ยังมี SP กับ Bathrust R ที่เกิดขึ้นจากการแข่ง Endurance ที่ Australia ซึ่ง RX-7 สามารถเอาชนะ Porsche 911 ในการขับเขี่ยว การแข่ง 12 ชม.ได้ไปในปี 1995
ระบบการควบคุมของ FD นั้นยังได้รับการกล่าวขานว่าเป้นสุดยอดของรถ ตลอดกาล คันนึงด้วยการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ตามที่คง Concept นี้มาตั้งแต่ รุ่นก่อนๆ รวมถึงมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ทำให้ เรายังสามารถพบ FD3S ในการแข่งขันในปัจจุบันนี้ได้
FD ได้รับการผลิตทั้งหมด 68,589 คัน ถึงแม้ตัวรถจะหนักกว่า FC ถึง 50 กว่ากิโลก็ตาม กำลังเครื่องก็ถูกพัฒนาให้สูงขึ้นไปตามอัตราส่วนนั้นโดย กำลังสูงสุดของรถที่ออกมาจากโรงงานคือ 280 แรงม้า
ปัจจุบัน FD3S นั้นยังเป็นนิยมไม่ว่าการแข่งขันรูปแบบของ Drag ,Circuit , Drift FD3S ก็ยังสามารถปรากฏกาย
ขับเคี่ยวกับรถรุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา จุดเด่นอีกอย่างของ FD คือ สาวๆเองก็พิศวาส FD ไม่น้อย หากไม่เชื่อลองถามทาง นิตยสาร Playboy ดูได้ครับเพราะตอนออกมาใหม่ๆใน ปี 1993 นั้น FD ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Dodge Viper ใครคือรถที่ Hot กว่ากัน ผลก็คือ Roti Boy สามารถล้มพญางูเห่าไปได้อย่างไม่ยากเย็นเลยครับ
Rx7 FD3S

 ประวัติ FC

ยังถูกเรียกด้วยชื่อเดิม คือ Savanna RX-7 ชื่อรหัสถัง FC3S นั้นได้ DNA การออกแบบส่วนหนึ่งมาจาก Porsche 928 944
ในสมัยนั้นและยังเป็นรถที่ Mazda ยังมุ่งหมายที่จะเจาะตลาดของ อมเริกาเหมือนเดิม เพราะ Porsche 944 เองก็เป็น 1 ในรถที่ชาวอเมริกานิยมขับกัน จนมีคนแซวว่าเป็น “Porsche Style RX-7” ( ซึ่งหลายคนเองก็ชอบรูปร่างของ FC มากกว่า FD รุ่นใหม่ด้วยนะครับ )
ขณะ ที่ SA นั้นถูกออกแบบมาให้เป็น Sport Car โดยตรง
FC นั้นถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปของ Sport Tourer Car มากกว่า (เอาไปขับเล่นในเมืองได้ว่างั้นเหอะ) อย่าวไรก็ตาม
FC เองได้มีการพัฒนาระบบควบคุมได้ดีขั้นจาก FB โดย ลดอาการ Oversteer ลง และการควบคุมทิศทางจากพวงมาลัยก็ตอบสนองได้แม่นยำมากขึ้นด้วย ระบบช่วงล่างนั้น FC ได้พัฒนามาใช้ Dynamic Tracking Suspension System (DTSS) ซึ่งทำให้ตัวล้อสามารถปรับ Toe-in Toe-Out ได้ตามพื้นสัมผัสที่ล้อแตะถนนได้ระดับหนึ่งทำให้ ทั้ง 4 ล้อ ตอบสนองกับการหักพวงมาลัยไปพร้อมๆกัน แต่มันแต่นิดหน่อยนะครับ ไม่ใช่ แบบ แบะออกมาจนล้อเบี้ยวเลย
ถึงแม้ว่าหนักขึ้นประมาณ 35 กิโล แต่ทาง Mazda เองก็ไดเพิ่มกำลัง
ให้ตอบสนองในน้ำหนักดังกล่าวได้ดีขึ้นด้วย เครื่อง 13B S4 S5 พร้อมกับชุด Turbo โดยกำลัง อยู่ที่ 189 แรงม้า และ 200 แรงม้าตามลำดับ ซึ่ง FC มียอดการผลิตตั้งแต่ 1986 – 1992 รวมทั้งสิ้น 272,027 คัน ถึงแม้ว่าตลาดของอเมริกาจะตอบสนองน้อยลงแต่ก็สามารถทำยอดขายได้ทั่วโลกอยู่ในเกณฑ์ค่อยข้างสูงรวมถึง ปัจจุบันนั้น FC3S เองยังถือว่าเป็น 1 ในตัวเลือกของนัก Drift ที่นิยมใช้
Rx7 Savanna FC3S

 ประวัติ RX-7

Mazda RX-7 คือ 1 ใน สายพันธุ์รถ Sport ที่มีประวัติมายาวนานมาก ของ Mazda สายการผลิตรถ RX-7 นั้น
ถือได้ว่าเป็นสายการผลิตที่ยาวนานมากอย่างหนึ่งในวงการรถ ญี่ปุ่นด้วยระยะเวลา 24 ปี ตั้งแต่ 1978-2002
RX-7 ตัวดั้งเดิมนั้นถูกจัดวางขุมกำลังด้วยเครื่องยนต์ โรตารี่ประเภท โรเตอร์คู่ จึงเหมือนเป็นสายพันธุ์รถที่มาแทน
Mazda RX-3 รุ่นพี่โดยตรง รวมถึงรถอื่นของ Mazda ที่ใช้ระบบเครื่องยนต์โรตารี่ด้วยกัน (ยกเว้น Cosmo )
นอกจากขุมกำลังของ เครื่องโรเตอร์อันโด่งดังในสมัยนั้นแล้ว เซเว่น ( ขออนุญาตเรียกแบบนี้นะครับ) ถูกออกแบบ
มาเป็นรถคูเป้ ขนาดเบาที่ วางเครื่อง เยื้องมาหลังเพลาของล้อหน้าเล็กน้อยซึ่ง Mazda ต้องการให้เป็นลักษณะนั้น
เพื่อต้องการเจาะตลาดรถใน America ที่รถรูปแบบดังกล่าวยังไม่ได้แพร่หลาย ( American Muscle ยังแรงอยู่ )
นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถสั่งวางที่นั่งพิเศษด้านหลังได้ ( ปกติไม่ค่อยทำกันนะครับ )
ประวัติ SA22
RX-7 รุ่นแรกเปิดตัวด้วย รหัส SA22C / FB ชื่อเล่น Savanna RX-7
เครื่องยนต์ที่ใช้มี 12A กับ 13B-RESI มีกำลัง 100 แรงม้า กับ 125 แรงม้า
ตามลำดับอัตราเร่งถือได้ว่าเยี่ยมมากในสมัยนั้น คือ 0-80 กม./ ชม. ได้ภายใน 6.3 วินาที
สิ่งที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างคือการ Design ที่มีจุดศุนย์ถ่วงมาอยู่ตรงกลาง ทำให้การกระจายน้ำหนักเป็น 50/50
ด้านหน้าหนัก 50% ด้านหลังหนัก50% ทำให้ตัวรถไม่เกิดอาการสะบัด ดื้อโค้งขณะเข้าโค้ง
และถ้าเทียบกันแล้ว RX-7 รุ่นแรกนี้มีน้ำหนักที่เบาที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นคือประมาณ 1180 กก.
ทำให้ตัวรถไม่ต้องการกำลังที่สูงมากในการขับขี่ อย่างไรก็ตามหากใครต้องการแรงหน่อยในสมัยนั้น เครื่อง 13B
ก็สามารถติดเทอร์โบเข้าไปได้ (แต่ยังไม่มี Intercool นะ) ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้ เซเว่นครองใจ
ชาวเมกันไปได้
อย่างไม่ยากเย็นด้วย ยอดขาย 377,878 คันในอเมริกาจากทั้งหมดทั่วโลก 474,565 คัน
RX7 SA22C

Mazda RX-8

  สานต่อความสำเร็จใน GT-R R33 และ R34 หลัง GT-R กลับมาผงาดจนสร้างชื่อไปทั่วโลกได้อีกครั้ง ทาง Nissan ก็ได้นำ GT-R R33 ซึ่งเป็นรุ่นที่ปรับปรุ...