สานต่อความสำเร็จใน GT-R R33 และ R34
หลัง GT-R กลับมาผงาดจนสร้างชื่อไปทั่วโลกได้อีกครั้ง
ทาง Nissan ก็ได้นำ GT-R R33 ซึ่งเป็นรุ่นที่ปรับปรุงดีไซน์ให้มีความลงตัวมากขึ้นมาโชว์ที่งานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ในปี 1993
ก่อนที่รถจะออกวางขายอย่างเป็นทางการในปี 1995 และก็มีรุ่นพิเศษตามออกมาอีกหลายตัวทั้งรุ่น V:Spec, LM Limited, Autech และอีกมากมาย
ณ ตอนนี้ Skyline GT-R ประสบความสำเร็จอย่างมาก และได้กลายเป็นเหมือนไอคอนรถซิ่งของค่าย Nissan ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Nissan Skyline GT-R (R33)

ต่อมาในปี 1999 ทางค่ายก็เข็น GT-R R34 ออกมาโดยใช้เครื่องยนต์รหัสเดิมจาก R32 แต่จูนให้แรงยิ่งขึ้น อิงดีไซน์เดิมเอาไว้ แต่ปรับปรุง Aerodynamic ของรถให้ดีมากขึ้นไปอีก
และแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็มี GT-R R34 รุ่นพิเศษออกมามากมายไม่ว่าจะเป็น V:Spec, V:Spec II, M:Spec, Nismo Z-Tune และอีกหลายรุ่น
มีหลายคนยกว่า R33 และ R34 นั้นคือ GT-R ที่มีดีไซน์ลงตัวมากที่สุดที่ถึงจะผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว มันก็ยังดูไม่ตกยุค
Nissan Skyline GT-R (R34)

จนกระทั่งในปี 2002 ทาง Nissan ได้ปิดสายการผลิตของ Skyline GT-R R34 ไป และประกาศว่าต่อจากนี้ จะแยกชื่อรุ่น Skyline และ GT-R ออกจากกัน
GT-R จะกลายเป็นรถสปอร์ตซีดานแบบเต็มตัว โดยที่ไม่ใช่เป็นรุ่นย่อยตัวแรงอีกต่อไป
ส่วน Skyline ก็จะเป็นรถ Luxury Sport อย่างเต็มตัว
โดยที่รถทั้งสองคันยังจะพัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มเดียวกันอยู่

Nissan GT-R R35 เจนปัจจุบัน
ปี 2007 Nissan GT-R R35 ที่ไม่ได้ใช้ชื่อของ Skyline ก็เปิดตัวออกมา ครั้งนี้ Nissan ได้พัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ขึ้นมาแทนที่เครื่องยนต์ RB26 อีกด้วย
ใน GT-R R35 นั้นติดตั้งเครื่องยนต์เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ
ซึ่งทาง Nissan ยังได้เพิ่มเรื่องราวให้กับ GT-R ด้วยการให้การประกอบเครื่องยนต์นั้น ทำโดยช่างฝีมือระดับพระกาฬเพียง 5 คน ที่ทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นอีกด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น